วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2562

การบูรณาการบริการวิชาการกับการวิจัยเพื่อผลิตผลงานวิจัย ครั้งที่ 2


กลุ่มวิจัยและบริการวิชาการ
วันที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ : 4 มกราคม 2561
สถานที่ : ห้องประชุมดอกตะแบก
เวลา : 9.00 น. ถึง 10.00 น.

กิจกรรมที่ 1 :  แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เกี่ยวกับ ประสบการณ์การจัดทำโครงการวิจัยเพื่อผลิตผลงานวิชาการ
กิจกรรมที่ 2 :  สรุปองค์ความรู้ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
กิจกรรมที่ 3 :  แผนการการปรับปรุง ดัดแปลง สร้างองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับการใช้งานและหรือประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในกิจการงานของตน

ผู้เข้าร่วมประชุม
1.       นางสาว ศุภวดี แถวเพีย                                         ประธาน CoP
2.       นายณรงค์     คำอ่อน                                           สมาชิก
3        นางสาวทรงสุดา  หมื่นไธสง                                    สมาชิก
4        นาง นวลละออง ทองโคตร                                     สมาชิก
5        นางสาว สุธิดา อินทรเพชร                                     สมาชิก
6        นาง สุธิดา สิงห์ศิริเจริญกุล                                     สมาชิก
7        นาง ศรีสุดา ลุนพุฒิ                                             สมาชิก
8        นางปิยนุช ภิญโย                                                สมาชิก
9        นางกุลนรี หาญพัฒนชัยกูร                                     เลขาการประชุม

วัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยน

เพื่อแสวงหาความรู้ และ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์เกี่ยวกับ ความรู้เรื่องการบูรณาการบริการวิชาการกับการวิจัยเพื่อผลิตผลงานวิชาการ

กิจกรรมที่ 1 :  แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เกี่ยวกับ ประสบการณ์การจัดทำโครงการวิจัยเพื่อผลิตผลงานวิชาการ (งานวิจัย ตำรา หนังสือ บทความวิชาการ)

กุลนรี
- ขอทบทวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งที่ผ่านมาคือการตามรอยโมเดลเดิมที่ได้พัฒนาในปีที่ผ่านมาแต่สิ่งที่ยังขาดคือแนวทางในการปฏิบัติที่ต้องทำให้เห็นรูปธรรมชัดเจน  ตัวโมเดลนี้จะบอกวิธีการปฏิบัติได้ไม่ชัดเจน ในกลุ่มได้มาสรุปกันว่า ควรจะมีการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากการเชิญผู้มีประสบการณ์ในการผลิตผลงานวิชาการมจากการบริการวิชาการ เป็นงานวิจัย ได้เบื้องต้นได้เชิญอาจารย์ปิยนุช  และอาจารย์จุรีมาร่วมแลเปลี่ยนในวันนี้ แต่อาจารย์ยังมาไม่ถึง มีใครพอจะแลกเปลี่ยนในประเด็น การเขียนโครงการบริการวิชาการอย่างไรเพื่อผลิตผลงานทางวิชาการ

ศุภวดี
-  ขอแชร์ในประสบการณ์การทำงานอบรมผดุงครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง หลักสูตรสี่เดือนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เป้าหมายของหลักสูตรคือพัฒนาพยาบาลและผดุงครรภ์ให้มีศักยภาพสูงขึ้นในเขตอีสานจะมีองค์ความรู้ ทำให้อาจารย์มีความเชี่ยวชาญในการสอนมากขึ้นเมื่ออบรมรุ่น 2 และ 3 ตำราอาจจะเขียนยากต้องใช้เวลา แต่ตอนนี้กำลังเขียนอยู่ เช่นอาจารย์หนิงสนใจการตั้งครรภ์วัยรุ่น อาจารย์ที่เชิญมาก็ให้ข้อคิดว่าควรทำตำราเพื่อขอ ผศ. รศ.  ตอนนี้ก็ปรับเป็นตำราหญิงตั้งครรภ์ อาจารย์หน่อยทำเรื่อง การติดเชื้อ ส่วนตัวเองสนใจการดูแลหลังคลอดแม่อายุมาก โดยใช้แบบแผนของกอร์ดอน กำลังดำเนินการ สำหรับที่เผยแพร่แล้วคือบทความการตั้งครรภ์ของพยาบาลอายุมาก บทบาทที่ควรตะหนักเกิดจากความสนใจและโครงการผดุงครรภ์ความเสี่ยงสูง สิ่งที่ได้คือร่างหนังสือ และบทความ สิ่งที่ไได้รับจากการบริการบริการ คือการแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เข้ารับการอบรม และการติดต่อประสานงานทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ เช่น การสอนเรื่อง abuse ในหญิงตั้งครรภ์ ได้แลกเปลี่ยนจากผู้เข้ารับการอบรม ที่มีประสบการณ์จริง ทำให้เกิดความรู้สึก สงสาร การบริการวิชาการทำให้เราได้มีเครือข่าย และได้ประสบการ์ และความรู้ใหม่ เป็นการเปิดโอกาสนำ สิ่งที่ได้เรียนรู้มาผลิตบทความ หรืองานวิจัยได้ เช่นการ ค้นหา Gap

ปิยะนุช
- ได้มีโอกาสทำงานกับเครือข่ายจังหวัดมหาสารคามที่ได้รับงบประมาณ จาก สปสช. มีการจัดทำหลักสูตรสำหรับ นักศึกษา และอาสาสมัครการดูแลผู้สูงอายุ มีหลักสูตรทั้งหมด 2 Module ได้ถูกจัดสรรงบประมาณมาตามจำนวนนักศึกษา มีสองโครงการย่อย คือโครงการพัฒนานักศึกษาในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โครงการที่สองคือโครงการพัฒนาอาสาสมัครแกนนำครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน หลักสูตรในการทำจะทำโดยสารคาม ผู้สูงอายุที่ได้ดูแล มี 5 ประเภท คือ โรค ไม่ติดเชื้อ( NCD) ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง จิตเวช  เบาหวาน และโรคทางเดินหายใจ วิทยากรที่จะมาอบรมเป็นวิทยากร ครู กนักศึกษา เป็นครู ข อาสาสมัคร คือผู้ปฏิฺบัติ มีเจ้าหน้าที่ รพสต.เป็นวิทยากร  ตอนนั้นบูรณาการกับการพยาบาลครอบครัวและชุมชน 1 (นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3) อาจารย์ศรสุดาเป็นผู้รับผิดชอบ งานวิจัยที่เกิดขึ้นได้ทุนมาทำวิจัยเช่นกันได้รับสนุนทุนจาก วิทยาลัยพยาบาล

กุลนรี
- เขียนโครงการอย่างไรคะ มีงานวิจัยด้วยไหมคะ

ปิยะนุ
- ทำไปพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่เกิดจากอาจารย์ นักศึกษา อาจารย์มีทั้งภาคจิตเวช ชุมชน ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ  เราก็ทีมอาจารย์ที่มีองค์ความรู้ จากโครงการนี้ก็มีการพัฒนาสมรรถนะด้านการประสานงานทั้งเครือข่าย จากวิทยาลัยทั้งสามแห่ง (วพบ.ขอนแก่น, วสส.ขอนแก่น, บัณฑิตเอเชีย ) อสค. ผู้สูงอายุ เทศบาลด้วย ทำให้เรามีเครือข่ายกว้่างขวาง  อาจารย์ได้มีการพัฒนาพัฒนความเชี่ยวชาญ องค์วามรู้เพราะเราจะไปสอนก็ต้องพัฒนาความรู้ของอาจารย์

กุลนรี
- สมมตว่าอาจารย์จะแนะนำอาจารย์ที่จะผลิตงานวิชาการจากงานวิจัย ควรต้องทำอย่างไรคะ

ปิยะนุช
- เป็นข้อเสนอแนะนะคะควรจะมีการเขียนโครงการไปพร้อมกันเลยคะ เราต้องคิดางแผนล่วงหน้าว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง (ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบงานวิจัย)งานบริการวิชาการเราต้องวัดผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเราสามารถเขียนเกี่ยวกับงานวิจัยได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นคือคือสมรรถนะทางด้านการประสานงาน และการทำงานเป็นทีม ของวิทยาลัย และเครือข่ายข้างนอก เช่น รพสต. นักศึกษา

ศรีสุดา 
- มีการประสานงานที่แน่นแฟ้นให้แต่ละเครือข่าย การคืนข้อมูล เป็นโครงการของ KPI ที่ศูนย์แพทย์อนามัยบ้านหนองแวงไปรับมา เขาอยากทำเรื่องนีี้ เราก็หาปัญหาของพื้นที่ และหน่วยบริการนำข้อมูลมาดู มีไตเสื่อมเท่าไหร่ ลงไปดูให้สัมภาษณ์ สังเกต แลกเปลี่ยนกัน ข้อมูลตรงกัน คนไม่มี KAP คนไม่ตะหนัก อสม.ไม่มีความรู้ เราจะทำอย่างไรให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม หาเวทีคืนข้อมูล ให้เทศบาลมีส่วนร่วม หาว่าใครควรจะมีส่วนร่วมท่านนายกเป็นโรคนี้อยู่ก็เลยสนใจ ก็เลยไปฟังเวทีคืนข้อมูลท่านไปฟังเราก็ยินดีเข้าร่วมจะให้งบประมาณ และเป็นวิทยากรถ้าเราทำโครงการลักษณะนี้ โอกาสที่จะได้งบประมาณมากขึ้น  ชุมชนใดต้องการให้มาเลย กลุ่มที่สนใจ 1 ถึง 2 ชุมชน มีอาจารย์เราไปเป็นวิทยากร ทำวิจัย อาจารย์ปราณี อาจารย์สุรัส เรีิ่มเขียนบทความกับพี่วิไลวรรณ เราก็ไช่้ตรงนั้น

ทรงสุดา  
- มีบทความเกี่ยวกับโรคไตที่เขียนโดยอาจารย์ศรีสุดา และอาจารย์ปราณีในวารสาร เป็นงานบริการ

สุทธิดา 
- ขอถามหน่อยนะคะ งานบริการวิชาการที่บอกว่าทำวิจัยไปด้วยแสดงว่ามันจะมีขั้นตอนบางอย่างมันร่วมกัน

ศรีสุดา 
- ปีแรกจะไม่ได้อะไร เป็นช่วงของการหา Gap เป็นการหาข้อมูลเพื่อให่ได้สถานการณ์ที่แน่นขึ้น ทำเครื่องมือ เป็นแบบสัมภาษณ์ ระยะแรกมองไม่เห็น จนกว่าจะได้ชื่อเรื่อง ดูว่าประเด็นอยู่ที่ใหน ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงของการคืนข้อมูลว่าชุมชนเห็นตรงกับเราไหม

สุทธิดา  
- หลังจากนั้นจึงเป็นการวิจัย เหมือนมันoverlap เหมือนกับของอาจารย์จุ๋มไหม

ปิยะนุช 
- ของจุ๋มทำครั้งเดียวเสร็จเลย

ศรีสุดา 
- ที่จูทำได้เกิดจาการที่เราไปฝึกยาว สี่ปี ปีแรกไม่เห็นอะไร ปีที่สองเริ่มทำ ทำให้เราเห็นหลาย GAP สามารถคิดค้นงานได้หลายทางมาก

ปิยะนุช  
- การเขียนโครงการอาจจะมีความแตกต่างกัน บริการวิชาการก็จะงบดำเนินโครงการ งบวิจัยก็จะมีเงินค่าตอบแทนเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ให้ข้อมูล

ศุภวดี 
- เราไม่สามารถเขียนโครงการบริการวิชาการกับงานวิจัยได้

นวลละออง 
- ขอแชร์ในส่วนงานผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ในปีแรก ผอ.ได้ ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขชัยภูมิ ในช่วงแรกก็เขียนโครงการบริการวิชาการ ในส่วนของเราล้อกับทางชัยภูมิ แต่ไม่ปรากำว่าเป็นงบวิจัย จะมีโครงการวิจัยประมาณ 5 เรื่อง วิจัยสถานการณ์ พัฒนาหลักสูตร CM และ CG ซึ่งเราทำมาแล้วในปี 2557 เชื่อมโยงกับปิยะนุชที่ไม่มีการวางแผนการวิจัยไว้ก่อน อาจมีปัญหาเรื่องข้อมูล อาจจะมีbias ผลงานมันล่าช้่า เพราะมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน ยากสำหรับตัวเอง อาจารย์จูมีอะไรจะแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

ศรีสุดา  
- มันยากเพราะเรามาออกแบบที่หลัง แบบสอบถามทีได้มาไม่สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์

นวลละออง 
- มันเชื่อมโยงกับงานจริยธรรมการวิจัยด้วย  เพราะไม่ได้เตรียมการไว้ มันซ่อนอยู่ วิธีการก็ไม่สอดคล้อง

จุรี 
- คือที่ทำเป็นการทำโครงการบริการวิชาการภายนอก ซึ่งมีความต้องการที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับงานที่ทำ เลยเขียนในเชิงของการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะเป็นเกี่ยวกับเนื้องานที่เราทำ ก็ส่วนสำคัญคือตัวชีวัดความสำเร็จของงานที่เราวัดในเชิงปริมาณแล้ว เชิงคุณภาพ มันถูกกำหนดโดยการทำงาน ผลสำเร็จของงานที่ต้องอธิบายว่าการพัฒนาบุคลากรทำได้จริงหรือไม่ อาจไม่ไช่การวิจัยทั้งหมด ใช้การสอบถาม การสัมภาษณ์จากหัวหน้าเขา

สุทธิดา  
- เป็นงานวิจัยประเมินผลไช่ไหมคะ

กุลนรี  
- การใช้งบประมาณมีปัญหาไหมคะ

จุรี 
- ใช้การเกลี่ยกับโครงการ ไม่ใช้งบประมาณเพิ่มและใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว

ทรงสุดา 
- งบวิจัยสนับสนุนเต็มที่ อาจารย์นิระมลขอติดตามบัณฑิตมาสองสามปีแล้ว ก็ไม่ขอต่อ พี่เกรงใจ

ศุภวดี 
- มันอาจจะเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก ตอนนี้ง่ายขึ้นมากแล้ว

ทรงสุดา 
- การเผยแพร่การวิจัยทำลักษณะใหนบ้าง

จุรี
- การนำเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติ และนานาชาติ โครงการที่สองเป็นโครงการบริการวิชาการที่บูรณาการกับวิชาเรียนสิ่งที่ตนเองคาดหวังคือการได้รับการตีพิมพ์เป็นบทความวิชาการ มันอาจจะต้องเพิ่มในระเบียบวิธีวิจัยให้เข้มแข็งขึ้น

นวลละออง 
- เหมือนที่ไป ม.ภาค มันยังมีปัญหา เหมือนที่ผู้วิพากษ์ ว่าMethodology มีปัญหา

ทรงสุดา ณรงค์ 
 - ต้องการให้ช่วยไหมคะ

จุรี 
- ไม่แม่นใน Metodology ไม่มีประสบการณ์abstract ภาษาอังกฤษ

ณรงค์ 
- ถ้าจะทำให้ สตรอง งานบริการวิชาการ และงานวิจัยจะได้เข้าไปช่วยเชฟ Process ให้ได้ การตีพิมพ์ ต้องทำ Process ให้เข้มแข็งออกแบบตั้งแต่ต้น ผลของการอบรมทำให้เกิดพฤติกรรมตรงนั้น ดูการประเมิน

สุทธิดา
- ต้องดูขั้นตอนแรกว่าเราให้อะไรไปแล้วเกิดผลอะไร เป็นเหมือน Intervention จนถึงหกเดือน

ณรงค์ 
- มองต่อไปเป็นการแข่งขัน

สุทธิดา 
- การติดตามก็ต้องติดตามกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้าตึก ดูความพึงพอใจ ดูผลที่ออกมาเขาก็พึงพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานที่ผ่านมา เริ่มกล้าแสดงความคิดเห็น เจ้าตัวก็รู้สึกพิึงพอใจ อ่านงานวิจัยแล้วกล้าเอามาพูดกับหมอได้ มันไม่ได้เพิ่มขึ้นเยอะมาก

กุลนรี 
- มุมมองเชิงบริหาร

ณรงค์ 
- มันควรจะต้องบอกว่ามันเพิ่มขึ้นเท่าไหร่เมือเปรียบเทียบก่อนมา เพราะเขาต้องลงทุนมาก การดูผลลัพธ์จากผู้ป่วย เช่นลดอัตราเสี่ยง

ศุภวดี 
- อาจจะต้องพิจารณา confounding factor เพราะเคยเขียนโครงการลักษณะนี้มาก่อน มีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้อง การที่อัตราตายของแม่ลดลงอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ  เลยบอกน้องน้องว่าเอา Competency ของสภาพยาบาลก็พอ
แต่ละด้านอยากให้น้องทำวิจัย

สุทธิดา 
- พอดีได้ไปนิเทศ เขาไม่อยากให้ข้อมูลเราเลย เกี่ยวกับ แม่ตาย แม่ชัก คลอดบนเตียง aplasia cutis congentiva คลอดบนเตียง จึงเป็นการยากที่จะถามข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะทำได้ เช่นการทำงานเป็นทีม ทักษะ สมรรถนะ อย่างที่ไปนิเทศเมื่อเดือนก่อน มีเด็กคลอดบนเตียง 2 คน แต่ไม่มีในรายงาน

ณรงค์ 
- อาจจะเชิญผู้เข้ารับการอบรมมาถอดบทเรียน ในกรณีที่มีปัญหาความเปราะบาง


กิจกรรมที่ 2สรุปองค์ความรู้ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2

จากการแลกเปลี่ยนสองครั้งที่ผ่านมาได้บทเรียนในการดำเนินงานโครงการบริการวิชาการและพัฒนามาเป็นผลงานทางวิชาการซึ่งมีสาระสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้คือ
1.       การคืนข้อมูลสู่ชุมชน (การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน และการนำข้อมูลมาคืนให้กับผู้ใช้ข้อมูล (Stakeholder)
จากการแลกเปลี่ยนข้อมูล สิ่งสำคัญในการบริการวิชาการในชุมชน คือ การคืนข้อมูลให้กับ ผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการบริการวิชาการในลักษณะของการบูรณาการกับการเรียนการสอนในห้องเรียน หรือการบริการวิชาการในเชิงของการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ที่จบการศึกษา(Post- Graduated)ทั้งนี้ประโยชน์ที่ได้ คือ การได้เห็น gap of knowledge และความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง
2.       การประสานงาน การมีส่วนร่วม ในการจัดทำโครงการบริการวิชาการ จะต้องมีการประสานงานหลายภาคส่วน ทั้งในภาครัฐ ภาคประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้งานสำเร็จได้ด้วยดี
ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้ระบุการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสาธารณสุขเขต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอ เทศบาลเมือง ภาคประชาชน  และอีกหลายๆแห่งที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในการจัดทำโครงการต่างๆต้องมาวิเคราะห์ให้ดีว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมหรือโครงการในการบริการวิชาการ หากพิจารณาถึงการผลิตผลงานวิชาการอาจจะต้องคิดรวมไปถึงใครจะเป็นผู้เกี่ยวข้องในการผลิตผลงานวิชาการจากงานบริการวิชาการนี้
3.       การสั่งสมความเชี่ยวชาญของอาจารย์ ในประเด็นดังกล่าวมีอาจารย์หลายท่านได้ถ่ายทอดประสบการณ์ ในเรื่องของความเชี่ยวชาญตามสาขาที่สอนอยู่ ซึ่งอาจารย์ได้มีประสบการณ์ในเรื่องการสอนจนมีความเชี่ยวชาญมีความรู้ดี ในเรื่องนั้นๆ ได้พัฒนามาเป็นหนังสือ และตำรา รวมทั้งบทความทางวิชาการ และบทความวิจัย
4.       การวางแผนการทำวิจัย มีความสำคัญมากในเรื่องของการทำวิจัยควบคู่ไปด้วย อาจจะมีการวางแผนภายใต้โครงการบริการวิชาการหรือการจัดทำโครงการวิจัยคู่ขนานไปกับงานบริการวิชาการ และการขอจริยธรรมการวิจัย
5.       สิ่งที่ต้องการพัฒนา คือ เรื่องของความสอดคล้องของระเบียบวิธีวิจัยกับการเขียนโครงการบริการวิชาการ การเขียนขอทุนวิจัย ในประเด็นนี้อาจจะต้องมารออกแบบการวิจัยที่เหมาะสมต่อไป และควรมีรูปแบบสัก 2-3 รูปแบบเพื่อสะดวกต่อการนำไปใช้

กิจกรรมที่ 3แผนการการปรับปรุง ดัดแปลง สร้างองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับการใช้งานและหรือประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในกิจการงานของตน 

หลังจากที่ได้ข้อมูลและทุกคนในกลุ่มได้เห็นชอบร่วมกันว่าจะต้องมีการแชร์ประสบการณ์เพื่อให้มีเนื้อหาที่มากขึ้นและจึงมาวิเคราะห์ ดัดแปลง องค์ความรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของวิทยาลัย



1 ความคิดเห็น:

  1. กิจกรรมที่ 1 : แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เกี่ยวกับ ประสบการณ์การจัดทำโครงการวิจัยเพื่อผลิตผลงานวิชาการ (งานวิจัย ตำรา หนังสือ บทความวิชาการ): เมื่อปี พ.ศ 2554 ได้ร่วมจัดทำโครงการบริการวิชาการบููรณาการกับงานวิจัยซึ่งวิทยาลัยได้รับงบสนับสนุนจาก สปสชและมีการทำโครงการร่วมกับเครือข่าย โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลยางตลาด โรงพยาบาลน้ำพองและรพ.สต บ้านเป็ด วัตถุประสงค์โครงการ เพื่อพัฒนา อสม.ให้มีจิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ โดยมีพื้นที่ในการทำโครงการ 3 พื้นที่ คือชุมชนเขตเมือง เขตกึ่งเมือง และเขตชนบท ระยะเวลาในการดำเนิน จำนวน 1 ปี ในเเต่ละพื้นที่ ลักษณะการทำโครงการนี้มีการวางเป้าหมายชัดเจนในการทำกิจกรรมและการทำวิจัย มีการลงพื้นที่กำกับติดตามเป็นระยะๆโดยเครือข่ายทั้ง 3 สถาบัน สุดท้ายได้รายงานวิจัยพื้นที่ละ 1 เรื่องและในพื้นที่ชุมชนเขตกึ่งเมืองบ้านฮ่องฮี อำเภอยางตลาด และได้โมเดลในการพัมนาจิตบริการหัวใจความเป็นมนุษย์สำหรับ อสม.ในการให้บริการพื้นที่เขตกึ่งเมือง ข้าพได้นำผงานวิจัยไปเผยแพร่ผลในการประชุมนานาชาติ ที่จ.เชียงใหม่ จัดการประชุมโดยเครือข่ายภาคเหนือ และได้นำผลงานวิจัยมาเเลกเปลี่ยนกับอาคันตุกะต่างประเทศจากประเทศ อินโดนีเซีย ซึ่งให้ความสนใจและขอนำงานวิจัยไปใช้ในเมืองจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย โดยคุณอีลีอานา


    กิจกรรมที่ 2 : สรุปองค์ความรู้ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
    จากการเเลกเปลี่ยนในครั้งที่ 1 และ 2 จากประสบการณ์ของข้าพเจ้านั้นคิดว่า ความสำเร็จของโครงการบริการวิชาการที่สร้างคุณค่าต่อยอดด้วยงานวิจัยจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีปัจจัยที่ประกอบด้วย
    1) การทำงานอย่างมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน: เช่น ชุมชน สถาบันด้านการศึกษา สถาบันด้านสุขภาพและหน่วยงานสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการและวิจัย
    2) การทำโครงการเพื่อตอบสนองปัญหาและความต้องการของชุมชนอย่างเเท้จริง: ดังนั้นผู้ดำเนินโครงการต้องมีกระบวนการหรือเท็คนิกที่ดึงความรู้ ความคิด ความต้องการ หรือปัญหาจากคนในชุมชนให้ได้ด้วยกระบวนการของชุมชนเอง เช่น การใช้เครื่องมือ 7 ชิ้น การใช้กระบวนการสุนทรียสนทนา การใช้การเข้าถึงชุมชนด้วยความเป็นกัลยาณมิตร
    3) การทำกิจกรรมทุกครั้งต้องมีการคืนข้อมูล: เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดการรับรู้เเละเข้าใจในกิจกรรมไปพร้อมๆกัน


    กิจกรรมที่ 3 : แผนการการปรับปรุง ดัดแปลง สร้างองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับการใช้งานและหรือประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในกิจการงานของตน

    จากประสบการณ์และจากการได้ร่วมเเลกเปลี่ยนการทำกิจกรรม KM เเละวิเคราะห์ถึงเเนวโน้มในอนาคตข้างหน้าของสถาบันและศักยภาพของอาจารย์ในวิทยาลัยแล้ว มีความคิดเห็นว่า การจัดทำโครงการบริการวิชาการเพื่อสร้างผลงานด้านวิชาการนั้นมีเเนวโน้มในทิศทางที่ดีเพราะอาจารย์ทุกคนได้เล็งเห็นความสำคัญในการทำพันธกิจด้านบริการวิชาการและวิจัย ผลงานวิชาการ สิ่งที่อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมในองค์ความรู้ที่ได้ มีข้อคิดเห็นดังนี้ คือ
    1) การสร้างโครงการ (บริการวิชาการให้เกิดผลงานวิชาการ) ที่ทำให้เกิด impact ทั้งชุมชน สถาบันการศึกษาและอาจารย์ เพราะในการพัฒนาต่อเนื่องเเละระยะยาวน่าจะเกิดผลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนให้เข้มเเข็ง สถาบันการศึกษามีชื่อเสียงในเรื่องนั้นๆ และอาจารย์มีความเชี่ยวชาญหลุ่มลึกในองค์ความรู้เป็นผู้นำทางวิชาการ
    2) การสร้างทีมที่เข้มเเข็งเพื่อรองรับการพัฒนาทั้งองค์กร
    3) การมีเเหล่งทุนสนับสนุนในระดับชาติและนานาชาติ
    4) การเผยแพร่ผลงานวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
    5) การนำผลงานวิชาการไปเผยแพร่และใช้ประโยชน์ให้เเพร่หลาย
    6) การคุ้มครองลิขสิทธิ์ผลงานที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำโครงการบริการวิชาการหรือกระบวนการผลิตผลงานวิชาการ
    7) ทีมงานต้องมีการเติมกำลังใจให้กันและกันร่วมมือและวางเเผน PDCA ตลอดเวลา

    ตอบลบ